ศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติอ่างทอง

ศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติอ่างทอง ( Angthong International Meditation Centre) เป็นหนึ่งในศูนย์สาขาของวัดพะอ๊อกตอยะในประเทศเมียนมาร์ ตั้งอยู่ ณ เลขที่ ๖๕/๖ หมู่ ๗ ตําบลจําปาหล่อ อําเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ภายใต้การสนับสนุน และบริหารงานโดยมูลนิธิตามรอยบาทพระศาสดา (On The Path of The Buddha Foundation) โดยคุณกิ่งกาญจน์ อารักษ์พุทธนันท์ ดํารงตําแหน่งประธานมูลนิธิฯ

 

ศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติอ่างทองมีจุดกําเนิดจากกิจกรรมของชมรมใฝ่ธรรมวันพุธ และพัฒนางานมาสู่การก่อตั้งมูลนิธิตามรอยบาทพระศาสดา โดยสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมด้านกัมมัฎฐาน ในนาม พะอ๊อกตอยะวิปัสสนาธุระ (ประเทศไทย) อาจกล่าวได้ว่าจุดเริ่มต้นคือชมรมใฝ่ธรรมวันพุธ และ มูลนิธิ “ตามรอยบาทพระศาสดา” ควบคู่กันไป

 

ชมรมใฝ่ธรรมวันพุธมีโอกาสร่วมทํางานกับคณะสงฆ์กรุงเทพมหานครฯ จัดงานนิทรรศการ อาสาฬหบูชา ธรรมยาตราคุ้มครองโลก ติดต่อกันถึง ๗ ปีและได้มีส่วน ร่วมจัดงานนิทรรศการ วันวิสาขบูชา ปี ๒๕๕๘ ณ พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ตามดําริของเจ้าประคุณสมเด็จพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) จากการก้าวเดินสู่เส้นทางแห่งพระพุทธศาสนา โดยการจัดให้มีการเรียนอภิธรรมขึ้น ศึกษาพระธรรมคําสอน จัดกิจกรรมแสดงธรรม การจัดนิทรรศการ และจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ นานกว่า ๒0 ปี จึงเป็น พลังอันสําคัญยิ่ง ก่อให้เกิดศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้ ภายใต้การอุปถัมภ์ของมูลนิธิตามรอยบาทพระศาสดา

 

ในเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๕๕ คณะของพระสงฆ์ไทยโดยการนําของพระครูธรรมธรสุมนต์ นันทิโก (ปัจจุบันดํารงตําแหน่งเจ้าอาวาสวัดจากแดง ซึ่งรัฐบาลประเทศเมียนมาร์ได้ยกย่องแต่งตั้งตําแหน่งอัครมหาบัณฑิตให้ท่าน เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๑) พร้อมด้วยฆราวาสได้ไปมาเยี่ยมชมสถานที่วัดพะอ๊อก ตอยะ เมืองหมอละเหมียง (เมาะลําไย) ประเทศเมียนมาร์ เพราะได้ทราบข่าวจากพระมหาพยอม (ธัมมรักขิตะ) ว่าสถานที่แห่งนี้มีพระภิกษุ แม่ชีและฆราวาส กว่า ๑,000 รูป/คน มาปฏิบัติธรรมเจริญกรรมฐานตามแนวคัมภีร์วิสุทธิมรรค

 

ในวาระนั้นพระอาจารย์เรวตะได้เมตตาอธิบายรายละเอียดแนวทางการสอนการปฏิบัติกัมมัฎฐานให้กับทางคณะได้รับฟัง ซึ่งเป็นเหตุอันสําคัญยิ่งทําให้เกิดกิจกรรมต่างๆ อาทิ เช่น การตั้งกองทุนให้พระเดินทางไปศึกษาและปฏิบัติธรรมที่วัดพะอ๊อก ตอยะ ประเทศเมียนมาร์ โดยการสนับสนุนของชมรมใฝ่ธรรมวันพุธ ทําให้พระสงฆ์ไทยประมาณ ๕0 รูป ได้มีโอกาสศึกษาและปฏิบัติธรรมโดยการสนับสนุนของกองทุนและจากนั้นได้มีการนิมนต์พระวิปัสสนาจารย์มาสอนกัมมัฏฐานที่ประเทศไทยเป็นลําดับ ตามรายละเอียด ดังต่อไปนี้

 

ครั้งที่ ๑ : เดือนเมษายน – เดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๕ ณ ล้านนา รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ของพันเอกธงชัย แสงรัตน์(ผู้การธงชัย) หนึ่งในคณะผู้ร่วมเดินทางไปในครั้งนั้น โดยมีพระอาจารย์เรวตะ เป็นพระวิปัสนาจารย์

 

ครั้งที่ ๒ : เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ ณ ศูนย์ปฏิบัติกรรมฐาน มูลนิธิเติมน้ำใจให้สังคม จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมีพระอาจารย์เรวตะ เป็นพระวิปัสนาจารย์

 

ครั้งที่ ๓ : เดือนกุมภาพันธ์ – เดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ ศูนย์วิปัสสนายุวพุทธฯ เขมรังสี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมีพระอาจารย์เรวตะ เป็นพระวิปัสสนาจารย์

 

ครั้งที่ ๔ : เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ ณ ล้านนา รีสอร์ท จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีพระอาจารย์กุมาระภิวังสะ เป็นพระวิปัสสนาจารย์

 

ปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๕ คณะประกอบด้วยพระสงฆ์และฆราวาสโดยการนําของพระอาจารย์มหาพยอม (ธัมมรักขิตะ) ได้มีโอกาสกราบพระอาจารย์ใหญ่ (พระอ๊อก ตอยะ สยาดอ) เป็นครั้งแรกที่บ้านของคุณตวน ตวน อู ในครั้งนั้นคุณกิ่งกาญจน์ ได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะสร้างสถานปฏิบัติธรรมในประเทศไทยต่อพระอาจารย์ใหญ่และ ได้นิมนต์พระอาจารย์ใหญ่มาประเทศไทยเพื่อดูสถานที่ ซึ่งแรกเริ่มคิดจะสร้างที่สวนป่าจังหวัดอุดรธานี

 

ในเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖ พระอาจารย์ใหญ่ พะอ๊อก ตอยะ สยาดอ ได้เมตตารับนิมนต์เพื่อมาดูสถานที่สร้างสถานปฏิบัติธรรมทั้งที่จังหวัดอุดรธานี และที่จังหวัดอ่างทอง พระอาจารย์ใหญ่พิจารณาแล้วเห็นว่าจังหวัดอ่างทองเป็นสถานที่เหมาะสมเพราะมีน้ำอุดมสมบูรณ์

 

เดือนกรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๖ เริ่มก่อสร้างกุฏิพระภิกษุสงฆ์

 

 

มกราคม พ.ศ.๒๕๕๗ ทําพิธีถอนสีมา

 

 

พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ พระอาจารย์ใหญ่ทําพิธีผูกสีมาพร้อมทั้งจัดกรรมฐานในสถานที่ที่กําลัง ก่อสร้าง

 

 

กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๘ เปิดใช้สถานที่

 

ในนามศูนย์ปฏิบัติธรรมนานาชาติอ่างทอง ( Angthong International Meditation Centre) ขอบคุณอย่างยิ่งต่อพระอาจารย์ใหญ่ พะอ๊อกตอยะสดาดอ ที่ได้ใช้วิริยะ สติ สมาธิ และปัญญาอันมี ศรัทธา ที่มั่นคงแน่วแน่ต่อพระรัตนตรัย ได้ใช้เวลาอันยาวนานศึกษาและปฏิบัติจนเห็นผลปรากฏ คือการสอนแนวทางการปฏิบัติไปสู่ความพ้นทุกข์ตามคัมภีร์วิสุทธิมรรคได้อย่างเข้าใจ มีระบบ และมี ลําดับขั้นตอน อันจะเป็นแผนที่การเดินทางให้กับผู้ที่เห็นภัยในสารวัฎฎ์ แม้คัมภีร์วิสุทธิมรรคจะมีมา ยาวนาน แต่ด้วยกําลังปัญญาของเราท่านทั้งหลาย ก็มิใช่เรื่องง่ายที่จะศึกษาและปฏิบัติด้วยตนเอง โดยปราศจากผู้แนะนํา และขอกราบขอบคุณพระเถระทุกรูปที่ได้เมตตาอนุเคราะห์จนเกิดศูนย์ปฏิบัติธรรมแห่งนี้.